ปลา เปื่อย View my profile

เส้นทางสู่สถาปัตย์

 

 *ได้เวลาปล่อยของ ( 4 )

 

ครุอุตสาหกรรม  สาขาสถาปัตยกรรมศาสตร์    สจล.

web  คณะ  :  http://www.inded.kmitl.ac.th/Home/

 

 

 

 

คณะนี้เรียกสั้นๆว่า   ครุถาปัตย์   หรือ  ก็คือครูสอนถาปัตย์นั่นเอง  จะไปสอนให้พวกวิทยาลัยช่าง  ก็สายอาชีพนั่นแหละ  ถึงแม้การสอบเข้าจะง่ายกว่า  แต่เวลาเรียนไม่ได้ง่ายเลย  เพราะเพิ่มวิชาครู   ถาปัตย์ว่าหนักอยู่แล้ว  ก็ยิ่งหนักเพิ่มเข้าไปใหญ่  จากการสอบถามรุ่นพี่ปีหนึ่ง  มีวันหยุดแค่วันเดียวคือวันจันทร์  ฮ่าๆๆ

 

ครุถาปัตย์มีแต่ที่ลาดกระบังที่เดียวเท่านั้นในประเทศไทย !!!!  

 

บางคนอาจจะงงว่าเรียนครุถาปัตย์จบมาทำงานอะไร เป็นครูรึเปล่า ??

ส่วนน้อยเท่านั้น  เพราะส่วนมากมักจะไปทำงานบริษัทกันมากกว่า

 

การไปสอบครั้งนี้กดดันเล็กน้อยเพราะเกษตรก็ไม่ติดตัวจริง   ช่วงนั้นคิดว่า   กูคงไม่ติดอะไรสักอย่างแน่ๆเลยว่ะ ฮ่าๆๆๆ  โง่แท้เหลา

 

ข้อสอบมี  วิชาการและความถนัดทางวิชาชีพครู กับความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์

 

ทางด้านวิชาการ

จะมีแค่  ภาษาอังกฤษ เท่านั้น  ไม่ค่อยยาก  ค่อนข้างง่ายในระดับหนึ่ง

 

ความถนัดทางวิชาชีพครู   เหมือนเน้นไปทางข่าว  เหตุการณ์ปัจจุบัน  ความรู้ทั่วไป  มีคุณธรรมจริยธรรมเล็กน้อย

 

 

ความถนัดทางสถาปัตย์ไม่มีภาคทฤษฎีมีแต่ปฏิบัติ

DRAWING  ให้วาดกระเป๋าเงิน  หรือธนบัตร

SK.D  ออกแบบบ้านลอยน้ำในชนบท

ไม่แน่ใจว่ามีอีกรึเปล่า  ลืม  ฮ่าๆ แต่ไม่เกินสามอย่าง

 

 

 

 

อุปกรณ์ที่นำไปสอบ  (คราวนี้เพิ่ม EE ไปด้วยเพราะมี drawing)

 

1.Copic      ซื้อมาแล้วฮะ  ช่วงนั้น  หมดไปสองพันกว่าบาท ได้มาสิบกว่าแท่งเอง  กระซิก ๆ  

(ถามว่าโคปิกจำเป็นไหม   ตอบว่าไม่จำเป็นถ้าเรามั่นใจว่าทำงานทันและสวย  แต่ข้าพเจ้าทำไม่ทัน  โคปิคช่วยย่นระยะเวลาได้ดีมากมาย)

 

2.ปากกาพิกม่า(หมึกซึมนั่นแหละ)  ใช้เบอร์  0.05   0.1  0.5  0.8

 

3.ปากกามาร์กเกอร์    ปากกาตราม้านั่นเอง

 

4.ปากกาเมจิกหลากสี

 

5.ดินสอสีไม้   คอนลีน  ตอนนั้นเอาไป  36 สีเอง  

 

6.กระดานวาดรูปหรือเพจ แบบสะอาดใส  ไร้มลทิน

 

7.ดินสอ EE  เหลาให้แหลม  เอามาให้เยอะๆ  จะได้ไม่เสียเวลา  ตอนหน้าถ้ามีโอกาสจะบอกเล่าถึงทริคเวลาสอบ drawing

 

 

 

***ผลการสอบออกมาก็ผ่านข้อเขียน

 

ไปสอบสัมภาษณ์   .......

 

อาจารย์ใจดีเกินไปเหมือนจะรับทุกคน  ประกาศ 80 คน รับ 10 คน  แต่พอเอาจริงๆ 40 คนแน่ะ  คณะนี้คนค่อนข้างเยอะแต่ตึกไม่ค่อยใหญ่เท่าไหร่นัก  =  =”   รู้สึกว่ารอบโควต้ารับมาแล้ว 80 คน  โหะๆๆๆ

 

พอร์ทโดนติมาบ้าง  แต่คณะนี้ไม่ได้ให้คะแนนพอร์ท   แต่ทำให้เรานำไปปรับปรุงได้ดีมาก

 

สัมภาษณ์ แบบ one by one  แล้วแต่โชคชะตานำพา

 

(เดี๋ยวคราวหน้าจะมาบอกถึงเคล็ดลับสอบสัมภาษณ์สำหรับน้องๆที่อยากเรียนถาปัตย์รับรองว่าฮา  กระจาย ฮ่าๆๆ)

 

 

 

รับรองว่าน้องๆจะต้องเจอสภาพแบบนี้แน่ๆ  ติดแล้วไม่อยากเอา  แต่ไม่เอาก็กลัวไม่ติดอย่างอื่น

 

 

เนื่องจากสถาปัตย์ลาดกระบังที่หมายปองนั้นเลื่อนหนีน้ำไปสอบแม่มเกือยพร้อมเด็กแอดทำให้หนักใจอย่างมาก  ตอนนั้นตัดสินใจจะเอาครุไปหลายรอบแล้ว  แต่สุดท้ายก็สละสิทธิ์   ไปสู้เอากับลาดกระบังรับตรง 100 %  แต่ครุ เรายังสามารถแอดได้อีกครั้ง  ที่กล้าทำแบบนั้นเพราะคะแนนถึงด้วยแหละ  สรุปมีคนสละสิทธิแค่สิบกว่าคนเองนะ ไม่เยอะเท่าไหร่

 

อยากจะบอกน้องๆว่าให้ตั้งเป้าหมายให้แน่วแน่แล้วก็วิ่งชนไปเลย  บางครั้งการลังเลอาจทำให้เสียเวลา (ซิ่ว)  เพราะพอเรียนคณะที่ติดแล้วไม่ชอบ  ไม่ใช่     เสียเงิน  อย่าลืมการเรียนมหาลัยการสอบเข้าเราผลาญตังค์พ่อตังค์แม่ไปเท่าไหร่  ??

 

TBC ***  สถาปัตย์  ลาดกระบัง

 

 

 

 

 

เส้นทางสู่สถาปัตย์

 

 

 

*ได้เวลาปล่อยของ ( 3 )

 

สถาปัตยกรรมศาสตร์   ม.เกษตรศาสตร์

 

web  คณะ  :  http://www.arch.ku.ac.th/

 

 

 

 

รู้สึกว่าของเกษตรจะเป็นช่วงเดียวกับการสอบ gat pat ครั้งที่ 1 เค้าเลยใช้คะแนน  gat 10 %  ในการคิดคะแนน  แต่วิชาที่ไปสอบกับทางคณะจะเป็นแค่ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์   แต่ก็จะมีเนื้อหาของเลขและฟิสิกส์ปนไปนิดหน่อยในภาคทฤษฎี

 

สถานที่สอบก็ที่คณะสถาปัตย์เลยจ้า  อยู่ค่อนข้างลึก   คราวนี้เราลากเพื่อนไปคนนึงนั่งรถทัวร์มาด้วยกัน ฮ่าๆ 

 

 

ข้อสอบทฤษฎี  ไม่ง่ายไม่ยาก  เค้าบอกว่าสอบแต่ความถนัดแต่ที่จริงก็มีเนื้อหาของฟิสิกส์และเลขปนเข้าไปแค่นิดหน่อยเท่านั้น  ส่วนใหญ่ก็เรื่องไฟฟ้า   คาน  โมเมนตัม

แต่ใช้คะแนน gat 10%  

 

ข้อสอบปฏิบัติ     

 

วาดตีฟ  เรื่องก็เกี่ยวน้ำท่วมกรุงเทพ

 

SK.D    ออกแบบบ้านต้นไม้ 

 

อันสุดท้ายก็ให้ภาพ  surreal มา  จินตนาการว่ามีอะไรบ้าง แล้วเอามาใส่ในห้องให้เป็นสเกลที่ถูกต้อง  (ยากมาก)  แถมคะแนนเยอะอีก

 

ทำเกือบไม่ทัน  เสร็จแต่ไม่สุด  ความหมายคือ  ทำให้ทัน แต่ไม่ได้ทำให้มันดีเท่าที่ความสามารถเราจะทำได้น่ะ

 

 

สิ่งที่เตรียมไปสอบปฏิบัติครั้งนี้

 

1.Copic      ซื้อมาแล้วฮะ  ช่วงนั้น  หมดไปสองพันกว่าบาท ได้มาสิบกว่าแท่งเอง  กระซิก ๆ  

(ถามว่าโคปิกจำเป็นไหม   ตอบว่าไม่จำเป็นถ้าเรามั่นใจว่าทำงานทันและสวย  แต่ข้าพเจ้าทำไม่ทัน  โคปิคช่วยย่นระยะเวลาได้ดีมากมาย)

 

2.ปากกาพิกม่า(หมึกซึมนั่นแหละ)  ใช้เบอร์  0.05   0.1  0.5  0.8

 

3.ปากกามาร์กเกอร์    ปากกาตราม้านั่นเอง

 

4.ปากกาเมจิกหลากสี

 

5.ดินสอสีไม้   คอนลีน  ตอนนั้นเอาไป  36 สีเอง  

 

6.กระดานวาดรูปหรือเพจ แบบสะอาดใส  ไร้มลทิน

 

 

คนไปสอบพันกว่าคนรับ 20 คน จ้า  อยากจะบอกว่าสถาปัตย์เกษตร ก็ดีเหมือนกันนะ  เป็นหลักสูตรแบบอีโค   รักษาสิ่งแวดล้อม 

 

ผลออกมาติดแค่สำรองจ้า  หลังๆซะด้วย

แต่ไม่ต้องเป็นกังวลนะใครสอบตรงไม่ติด  แอดสถาปัตย์ เกษตร  คะแนนกลางๆเลยล่ะ  เพราะคนมันมุ่งไปที่จุฬาฯเยอะ

 

TBC***  คุรุสถาปัตย์  ลาดกระบัง

 

ช่วงนี้  มศว.เปิดรับตรง 56 แล้วลองเข้าไปดูกันนะน้องๆ

 

สู้ๆๆๆๆๆๆๆ

 

 

Bikini Fever IV : Lady and the lil' Cub

posted on 21 May 2012 10:52 by anaellane  in CG  directory Cartoon, Lifestyle
รายละเอียดกิจกรรม จิ้มฉึก เลยค่ะ :D
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
วาดปลาโลมา   ฉึกๆ
 
มองไม่ค่อยเห็นเลยอ่ะ   ตัวซีดไปหน่อยเน้อ
 
 
 
แปะๆๆ
 
 
 
 

ว้าทำไมเอนทรี่ที่แล้วไม่ค่อยมีคนสนใจเลยเน๊อะ  ไม่เป็นไรสัญญาแล้วว่าจะเล่า  ก็จะเล่าให้จบ

 

เส้นทางสู่สถาปัตย์

 

*ได้เวลาปล่อยของ (2 ) 

 

สถาปัตยกรรมศาสตร์   ศิลปากร

 

web  คณะ  :  http://www.arch.su.ac.th/th/home/index.php 

เอาไว้ดูรายละเอียด  มีตัวอย่างข้อสอบแต่ละปีให้โหลดด้วยนะ

 

 


 

ในที่สุดมหาลัยที่หลายๆคนหวังไว้ก็เปิดรอบรับตรง  เราก็สมัครไปเหมือนใครหลายๆคน  ที่อยากจะลุ้น  เสี่ยง ดู  ถึงแม้ว่าค่าสมัครจะเป็นพันก็ตาม (เป็นมหาลัยที่ข้าพเจ้าเสียค่าสมัครเยอะที่สุด)  ก่อนหน้านี้หนึ่งอาทิตย์เป็นเวลาของคณะมัณฑนศิลป์  จะมีส่วนของภาควิชาออกแบบภายในซึ่งต้องไปสอบของคณะนี้นะ      ไม่ใช่สถาปัตย์   ช่วงนั้นเป็นช่วงที่น้ำกำลังจะท่วมกรุงเทพ  ย้ำว่ากำลังจะท่วม  พ่อกับแม่ไม่อยากให้เรามานักเพราะกลัวกลับไม่ได้  แถมโทรไปสอบถามที่คณะเขาก็ไม่ยอมเลื่อนสอบอีก  ทำให้เพื่อนๆแถบภาคกลางไม่สามารถมาสอบกันได้  ลดคู่แข่งไปเยอะ  แต่!  ไอ้ที่น่ากลัวน่ะเด็กในกรุงเทพนี่สิ   เราเพิ่งเข้าไปติวที่ร้านไม่นานทำให้ไม่ค่อนสนิทกับใคร  แต่ดันมีเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ม.ต้น  มันเรียนเตรียม ฯ  และก็มีความฝันเดียวกับเราคืออยากเข้าสถาปัตย์    เราก็เลยอาศัยไปนอนหอมัน  สังเกตว่าเราไม่เคยให้พ่อแม่มาส่งเลยเพราะพ่อกับแม่เราก็ไม่ชินทางในกรุงเทพนี่แหละ  จะไปให้คนอื่นมาส่งก็เกรงใจ  เราก็คิดว่าตัวเองโตแล้ว  ก็เลยไปไหนมาไหนเอง  อาศัยโทรถามเพื่อนเอาเวลาหาทางไปไม่ถูก  การสอบตรงทำให้เราได้มีประสบการณ์ใหม่ๆเยอะมาก  เพราะเราเป็นคนไม่ค่อยไปไหน  การไปสอบ  หรือไปแข่ง  ทำให้เราไปเที่ยวด้วยในตัว

 

เราพักอยู่หอเพื่อนใจกลางกรุง   ฟังข่าวสถานการณ์น้ำท่วมตลอด  เพื่อนเรามันก็กังวลจนอยู่ๆมันก็บอกว่า 

 

“ไอ้ปลา  นั่งรถเมลล์ออกไปดูน้ำกัน”

 

เนื่องจากศิลปากร  ท่าพระ  ท่วมไปแล้ว  (ฮา)  แต่สถานที่สอบของคณะนี้ต้องแยกเป็น 3 สนาม เนื่องจากมีคนสอบเยอะมาก  เกือบสองพันคน  จึงเอาโรงเรียนแถวๆนั้นเป็นสนามสอบ  เราอยู่คนละโรงเรียนกับเพื่อน  โรงเรียนที่เราสอบไม่น่าจะท่วมเพราะห่างแม่น้ำพอสมควร   แต่โรงเรียนที่เพื่อนเราจะไปสอบนี่ใกล้แม่น้ำมาก   มันเลยกลัว  และกะจะไม่ไปสอบ  เราก็เฮ้ยอย่าดิว่ะเผื่อมึงติด  มันบอกมันไม่คิดจะเอาศิลปากร มันไม่ชอบสังคม  แต่มันอยากเรียนจุฬา  ต่างกับกูจริงๆ  ฮ่าๆๆๆ

 

เราก็โอเคไปก็ไป  เอาตรงๆตอนนั้นไม่เคยขึ้นรถเมลล์  เวลามากรุงเทพก็รถยนต์ส่วนตัว  หรือไปก็นั่งรถไฟฟ้า  แท็กซี่  ซะส่วนใหญ่  เหตุผลคือกูต่อรถไม่ถูกนั่นเอง

 

“แต่กูไม่เคยไปแถวนั้นนะ”  อ้าว   เหยด   อีเพื่อนเวง

 

แต่เราก็ไม่สนครับ  พวกกูเกรียน   กูติส   กูก็ไปทั้งแบบนั้น   (ต้องขอบคุณ  google  map  มากเพราะเราเสิร์ชหาสายรถเมลล์ไปที่แถวๆนั้น)

 

นั่งรถเมลล์เดินไปดูโรงเรียนที่มันจะสอบก็โอเคยังไม่ท่วม   แต่ก็อยากเห็นแถวประตูน้ำ  ก็เออ  พากันเดินไป  ระหว่างทางคูน้ำไม่ค่อยมีน้ำมากนัก  แต่พอถึงประตูน้ำนี่สิ อีกนิดเดียวนี่ล้นแล้วครับ   ทำให้เรานึกขำขึ้นมาว่า  ไอ้ข่าวที่แจ้งกันปาวๆนี่มันหลอกลวงกันชัดๆ  บอกว่าระดับน้ำยังไม่สูงมากนัก  มันมาดูกับตาตัวเองรึเปล่าว่ะ  ฮ่าๆๆๆ

 

เวิ้นเว้อมานาน

 

ศิลปากรสอบสองวันนะจ้ะ

รับตรง  20 คนจ้า คนสมัคร 2000 กว่าคน  เอาไปทำอะไรจ้ะแค่นี้ ฮ่าๆๆๆ

 

อ่อลืมบอกไปว่าดินสอที่เอาไว้ฝนคำตอบน่ะ  ถ้าใช้ 4B  มันจะทำให้ฝนได้เร็วขึ้นนะ  แต่ EE  อย่าไปใช้เชียวละเครื่องตรวจมันไม่ตรวจให้นะจ้ะยิ่งของ  สทศ.นี้ห้ามใช้เลย

 

วันแรก  เท่าที่จำได้  มี

Eng     ขอบอกว่าอ่านแล้วกูจะหลับมีแต่ Reading  เหยด  แถมยาวไปสามสี่หน้า  เอาเป็นว่าต้องอึดอ่ะ

เลข     ฆ่ากูเลยดีกว่า  ยิ่งโง่ๆเลขอยู่  ออกมาได้ไงว่ะ  สมการยกกำลังติด log  ไอ้สลัดเห็ด!   เอาเป็นว่าเลขแม่งออกทุกเรื่อง  แถมยากทุกเรื่อง  ไอ้ทำได้นี่  นับนิ้วเอายังไม่ครบเลย  ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ

 

วันที่สอง มี

ฟิสิกส์    กลศาสตร์   ปีนี้ไม่มีไฟฟ้า (แต่ปีที่แล้วมี)    ฟิสิกส์เราคิดว่าเราทำได้แต่คะแนนออกมานี่มัน.......=   =”

ความถนัด

ด้านทฤษฎีนี้ก็เอาเรื่องนะ  อ่านไปดีดี

ภาคปฏิบัติ    มีsketch  design  ออกแบบบ้านสุนัข   เอารูปทรงมาทำเป็นสัตว์ป่า  แล้วก็ให้วาดตีฟ  ทีมีคำบรรยายอันยาวเหยียดไป(เราทำดีแค่อันนี้แหละ  ฮ่า)

 

 

สิ่งที่เตรียมไปในการสอบปฏิบัติครั้งนี้

1. ดินสอ   เราชอบใช้ดินสอไม้สีแค่  HB  ก็พอ

2.ปากกาพิกม่า(หมึกซึมนั่นแหละ)  ใช้เบอร์  0.05   0.1  0.5  0.8

3.ปากกามาร์กเกอร์    ปากกาตราม้านั่นเอง

4.ปากกาเมจิกหลากสี

5.ดินสอสีไม้   คอนลีน  ตอนนั้นเอาไป  36 สีเอง  

 

ในขณะที่คนอื่นก็  โคปิก  2 กล่อง  มึงจะเอามาทำไม   ก๊านนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

กูอยากขโมย........!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!      / O [vvvvvvvvvvvv]O  /

 

ห้องสอบเป็นอะไรที่ค่อนข้างขลัง  ไฟไม่ค่อยสว่าง  แอร์ธรรมชาติ  และโรงเรียนนี้หาห้องน้ำหญิงไม่เจอ  ก็มันชายล้วนนี่หว่า

 

เอาเป็นว่าในห้องนี้กลิ่นโคปิกหึ่งหั่ง   เราก็เอาแต่สแคลชสีไม้ไป  ฮ่าๆๆ  กล้ามจะขึ้น

 

ผลสอบออกมาไม่ติดจ้า  ก็เฟลกันไป แต่เราทำใจไว้แล้วล่ะ   แต่ฮามากตอนจะประกาศผล  เราสั่นเหมือนเจ้าเข้าเลย   คะแนนวิชาการเราผ่านเกณฑ์ทุกอัน  คะแนนความถนัดได้  68  คะแนน   เราว่าโอเคสำหรับเราแล้วล่ะ

 

เพื่อนเราก็ไม่ติด   คะแนนก็พอๆกับเรา  ก็แม่งเล่นไม่อ่านหนังสือ  นอนเล่นเกมส์  อ่านการ์ตูน  แล้วเราก็ทำกับมันจะไปติดได้ไงว่ะเจริญจริงๆ

 

ข้อสอบเก่าให้โหลดที่เว็บคณะ  ลงให้แล้วข้างบนนะจ้ะ
 
 
***TBC   สถาปัตยกรรมศาสตร์   เกษตรฯ

ต่อกันเลยนะจ้ะ

 

แหมตอนแรกไม่เห็นมีคนอ่านพอมาเปิดอีกทีมีเป็นสิบคอมเม้นท์เลย    ดีใจจัง  

เราอยากให้เอนทรี่นี้ได้เข้าไปสู่สายตาเด็กม.ปลายที่กำลังจะเตรียมสอบทุกคนสู้ๆนะ

 

 

เส้นทางสู่สถาปัตย์

 

*ได้เวลาปล่อยของ (1 ) 

 

ออกแบบการสื่อสาร  มศว.

 

 

สนามสอบที่แรกของใครหลายๆคนคงจะเป็น    มศว.   เป็นมหาลัยที่ถ้าสมัครแล้วต้องจ่ายเงินในวันถัดไป  เป็นอะไรที่(เห้)มากในความคิดเรา  มีทั้งสายวิทย์-สายศิลป์สอบกันคนละวัน   แต่เราไม่รู้จะลงคณะไหนที่เป็นสายวิทย์เพราะไม่เคยคิดจะลงไง  ฮ่าๆ   ก็ลงสายศิลป์ไป 

 

“คณะศิลปกรรมศาสตร์  สาขาวิชาออกแบบการสื่อสาร”   คนสมัครแม่ม!  2000 คน  รับ  35  แสรด  แค่ตูติดข้อเขียนก็ดีใจแล้วเฟ้ย(ตอนนั้นคิดแบบนี้)

คิดดูสิแค่คณะเล็กๆคนสมัครเป็นพัน   คณะฮิต  อย่าง  จิตวิทยา  เภสัช  พยาบาล  นี่ซัดกันไปคนละ 4000 กว่า  หรือมากกว่านั้น

ถึงกับทำให้ศูนย์สอบที่อิมแพค เมืองทองธานีอันกว้างใหญ่ล้น  ฮ่าๆๆ  ถึงขั้นต้องให้คณะเภสัชไปสอบที่  มหาลัยธรรมศาสตร์แทน

 

เอาเป็นว่าไปสอบคณะนี้   พูดตรงๆ  ไม่เฟคให้ตัวเองดูเก่ง  

 

“ไม่ได้ติว  ไม่ได้ซ้อม  ไม่ได้อ่านหนังสือ”   ไปเลยกะแค่เอาเป็นประสบการณ์ในสนามแรก เพราะเราไม่เคยติวนิเทศน์ศิลป์  สีโปสเตอร์ก็ลงไม่ค่อยเป็น  ทำใจไว้แล้ว

 

เดินทางไปสอบกับเพื่อนอีกสองคน  คณะวิศวกรรมศาสตร์  กับ  วิทยาศาสตร์ (สำหรับน้องๆที่อยากเป็นครู  วิทยาศาสตร์ที่  มศว.  เรียนจบแล้วได้วุฒิครูนะจ้ะ)

 

 

อุปกรณ์ที่นำไปสอบ

 

1.กระเป๋าใบยักษ์ที่เด็กอาร์ตทุกคนควรมี เอาไว้ใส่เพจ  กล่องสี  พู่กัน  กระป๋องน้ำ   อุปกรณ์ต่างๆ

 

2.เพจ   ต้องสะอาดใส  ไร้มลทิน  แต่แอบเห็นบางคนลากเส้นขนาดกระดาษเอาไว้ด้วย  ฮ่าๆ

 

3.กล่องสีที่เอาไว้ใส่สีโปสเตอร์   ควรผสมสีไว้เยอะๆหลายๆโทน  แต่เราไม่เคยผสมเลย  หักดิบ เทไปทั้งขวด อย่าทำเสียเวลามาก 

 

4.สีน้ำ  เอาไว้เผื่อปาด


5.ถาดสี   สิ่งสำคัญ


6.พู่กัน    เราชอบใช้หัวแหลมๆยาวๆ

 

7.กระป๋องใส่น้ำ   และ  ป๊อกกี้ (เอาไว้พ่นใส่สีในกล่องใส่สี)


8.นิตโตะ   มันคืออะไร  มันคือกระดาษกาวที่เอาไว้แปะกระดาษวาดรูป  เวลาลอกจะได้ไม่ขาดไง  ไว้จำกัดขอบเขตของงานอีกด้วย

 

9.ไดร์เป่าผม  (เอาไปทำไม?) ถ้าใครกลัวสีแห้งไม่ทันใจ ก็จัดไปเลย  เค้ามีปลั๊กที่เสาร์  แต่เราไม่ได้ใช่นะ  ฮ่าๆ

 

10.ไม้บรรทัด  ควรเอาทั้งแบบสั้น  และยาวแบบทาบเพจได้หมดไป 

 

************************

ขอบอกว่าการไปสอบ  มศว.  เป็นอะไรที่แบกกระเป๋าหนักมว๊ากกก

 

 

 

 

สนามสอบ

 

ทันทีที่ก้าวเท้าลงจากแท็กซี่มาแตะพื้นอิมแพค ....ก็จะเจอคุณลุงโฆษกช่างพูดคอยแนะนำการเดินทางไป hall  ต่างๆให้เรา

คณะที่เราสอบมีการสอบภาคปฏิบัติเลยได้ไปอยู่  hall 7  นั่นก็คือ  hall  ที่เอาไว้จัดงานแสดงสินค้า   เรานั่งรถที่เค้ามีบริการไปลงรอบอิมแพค  ไม่ต้องกลัวหลงเพราะพอถึง hall 7 ก็จะเจอเด็กถือเพจกันเต็มไปหมด  จะมีบริการฝากกระเป๋าแต่คุณต้องมาเช้าๆและต่อคิวนานโครตๆ  ตอนนั้นเราไปถึงก็สายอยู่เลยทิ้งระเบิด  เอาของออกมาจากกระเป๋าไปใส่ถุงขนมที่ซื้อกินตอนเช้า(เนื่องจากเค้าไม่ให้เอากระเป๋าเข้าไป) พอเอาของออกมาหมดก็ก็ยัดไว้ที่ซอกตู้หลังประตู  เนื่องจากที่ซอกอิ่นก็มีคนจอง  เสื้อกันหนาวเค้าไม่ให้เอาเข้าก็ต้องเอาไปยัดไว้ด้วยกัน  พอเดินไปถึงประตูที่เขาตรวจเอกสารก็ดันห้ามเอากระเป๋าตังค์เข้าอีกก็เลยต้องเอาตังค์เอาบัตรออกสไลด์กระเป๋าตังค์ไปไว้อีกซอกตู้หนึ่งใกล้ๆประตู   คือตอนนั้นมาhallนี้ตัวคนเดียวมือถือฝากไว้ที่เพื่อนที่รออยู่อีกฝั่ง ระหว่างนั่งรอเข้าห้องสอบ  ก็สำรวจคู่แข่ง(ฮา)   บ้างก็มากันเป็นโขยง  บ้างก็ฉายเดี่ยว  แต่ทุกคนมักจะมีอุปกรณ์อลังๆ  อยู่ด้วย  เช่นโคปิกที่แทบจะซื้อมาถมที่  กล่องดินสอไม้ที่บรรจุแกรไฟต์ราคาแพงกว่าซื้อแฮรี่ครบเซ็ท  ในฮอล์ตอนนั้นคนเยอะมากจริงๆ  เพราะสอบรวมกันหลายสาขา  ทั้ง  ออกแบบสื่อสาร  ออกแบบผลิตภัณฑ์  ออกแบบแฟชั่น  ฯ

 

พอเข้าห้องสอบแล้ว  สิ่งที่เบลออันดับแรกคือที่นั่ง  เพราะแถวนึง  ยาวโพดๆ  ยาวจนสงสารไอ้คนข้างหลัง  ไกลมาก  เราได้อยู่กลางๆ  โต๊ะนึงนั่งกันสองคน  ข้อสอบวิชาการก็มี   ภาษาอังกฤษ  ภาษาไทย 

แล้วก็ความถนัดทางการเรียน(SAT)  อันนี้ง่ายมากแค่เติมคำที่เหมาะสมกับข้อความที่เค้าให้มา  แล้วก็จะมีความถนัดทางการเรียนของแต่ละคณะ  ของคณะนี้ จะเป็นรูปภาพมาให้  แล้วจะมีพาร์ทใหญ่ๆสองพาร์ทคือ  ให้หารูปที่เหมือนกับรูปที่ให้มา  แล้วอีกอันคือ  หารูปที่แตกต่างจากทั้งสี่รูปที่ให้มา  “ปล.ห้ามขีดเขียนลงบนกระดาษคำถามถ้าไม่เช่นนั้นจะไม่ตรวจกระดาษคำตอบ” นี่คือคำสั่งที่เค้าให้มา    แต่เรื่องอะไรชั้นจะสน  เราติ๊กบางๆ  แล้วค่อยลบ  อาศัยตาไว  ใครไวกว่าคนนั้นได้เปรียบ  มีทั้งหมด 100 ข้อ  ให้เวลา 30 นาที  โอ้  จอร์จ !!!  โชคดีเราทำไม่ทันแค่สองข้อ  แต่คนอื่นๆนี่บางคนไม่ถึงครึ่งเลยด้วยซ้ำ  ลองคุยกับเพื่อนคณะอื่นก็แนวๆเดียวกันคือ  เป็นรูปภาพมาให้  เช่น วิศวะจะเป็นรูป  น็อต  เกลียร์  อะไรทำนองนี้

 

 

ต่อมาเป็นภาควิชาทฤษฎีของคณะ

 

มีทั้งประวัติศาสตร์

องค์ประกอบศิลป์

ความรู้ทั่วไปในสาขานี้  ชื่อมันคือออกแบบการสื่อสารนี่เนอะ

เอาเป็นว่าข้อสอบใครทำได้คือง่ายโครตๆ  ใครทำไม่ได้ก็ไม่ได้จริงๆ

กล้อง  -  การใช้กล้อง  ประวัติกล้อง  และการถ่ายภาพ  การใช้เลนส์  ลักษณะของภาพถ่าย  อุณหภูมิแสง  (อันที่จริงเราไม่ได้เล่นกล้อง  แต่เพื่อนเรามันดันเล่น  เราก็เลยพอมีความรู้อยู่บ้าง) 

เค้าถามประมาณว่า  DSLR  ย่อมากจากอะไร  ? 

อุณภูมิของแสงมีหน่วยวัดเป็นอะไร  ?

การถ่ายภาพเริ่มต้นในไทยที่ยุคของกษัตริย์องค์ใด ?

ยังไม่เฉลยในนี้  แต่ใครตอบได้ก็ลองตอบกันนะ

 

โลโก้  -  จัดเต็มมากอันนี้มีแต่รูปภาพครับ   ตัวอย่างคำถาม  ก็ประมาณ ข้อใดเป็นโลโก้ของ  Facebook  Google  Andriod  ฮั่นแน่ตอนนี้คงคิดในใจว่ามันง่ายล่ะสิ  แต่!  ตัวเลือกที่มีมาให้ต่างกันแค่ไม่กี่จุดเองนะจ้ะ  คือคนที่ไม่แม่นนี่จะพลาดแบบน่าเจ็บใจเลยที่เดียว 

 

ฟอนท์ –  จะถามประมาณว่าฟอนท์แบบใดมีฐานแบบใดไม่มีฐาน  ก็จะมีชื่อฟ้อนท์มาให้อันนี้ก็ต้องใช้การผ่านตามาบ้างอ่ะนะ

 

ภาพยนต์ – ถามเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปทางภาพยนต์และอนิเมชั่น

 

 

โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบ - ถามฟังก์ชั่นเช่น  Photoshop  ใช้ทำอะไร  Illus  ใช้ทำอะไร ?

 

 

 

 

 

ภาคปฏิบัติ  ตอนบ่าย

 

เวลา  สามชั่วโมง กับ โจทย์นึงโจทย์  กระดาษ  A2  สองใบ

ให้ออกแบบยาบำรุงกำลังต้นตำรับสมุนไพรไทย  ทั้ง  concept  logo  package  poster

ตอนแรกก็ยังไม่มีคนลงไปนั่งข้างล่างกันสักเท่าไหร่  หลังๆคงทนไม่ไหว  ลงไปนั่งพื้นกันเกือบหมดรวมถึงเรา  แต่ต้องระวังเพราะอาจมีใครเดินมาเตะกระป๋องน้ำเราโดยที่เขาไม่ตั้งใจก็ได้  อาจทำให้งานเราเลอะ  จากการสังเกต  คนที่เอาสีมาเยอะแทบไม่ได้ใช้แถมดูจะสับสนในตนเองสุดๆ   โคปิคสำหรับบางคนก็ไม่ช่วยอะไร  ก็เหมือนดาบชั้นเลิศแต่ถ้าอยู่ในมือคนที่ใช้ไม่เป็นก็ไม่มีค่า  เหมือนเอาไอโฟนไปให้กอริล่ายังไงยังงั้น

 

ช่างคนอื่นเขาก่อนเพราะเราเองทำแทบไม่ทัน  แต่ใส่ความเป็นไทยในงานชิ้นนี้มากสุดๆ เน้นสีเอกรงค์เข้าไป  ดูไท้ไทย

พอเดินไปส่งงานก็มีบางคนเละ  บางคนไม่ก็สวยมากๆ  แต่ที่สวยๆจะไม่ค่อยเยอะนะเอาจริงๆ  อาจเป็นเพราะสนามแรกคนอาจจะยังแบ่งเวลากันไม่ถูกนักมั้ง

 

เราเดินออกมาจากฮอล์พบว่ามีแต่มนุษย์และรถติดกันแบบสุดๆ  ไม่สามารถนั่งรถวนกลับได้เพื่อนก็รออยู่อีกฝาก ลืมบอกไปอีกว่าช่วงนั้นมีการแข่งเทนนิส  และเปิดพิธีอะไรสักอย่าง...................................... เฮ้อเอาว่ะ เดินก็เดิน  เราเดินหน้ามันเกือบ สองโลเพื่อไปหาเพื่อนอีกฝากนึง  ขณะนั้นก็ใกล้เย็นมากแล้ว หารถออกไปจากอมแพคก็ไม่มีเลยต้องเดินเท้าไปหาแท็กซี่  ทุกคันขึ้นว่าว่าง  แต่น่าเสียดายนี่เป็นเวลาส่งรถ ไม่มีคันไหนจอดเลย  เราเลยต้องเดินๆไปนั่งรถเมล์หาทางกลับหอพี่ที่รังสิตต่อไป  เหนื่อยมาก

ผลสอบเราติดข้อเขียนแต่ไม่ได้ไปสัมภาษณ์เพราะไม่คิดจะเอาอยู่แล้ว  แต่นั่นไม่ดีเลยทำให้เราไร้ประสบการณ์ในการสัมภาษณ์  น้องๆอย่าทำแบบพี่นะ

 

ปล.ตอนนี้สอนให้รู้ว่า  การสอบมศว.นั้นเป็นอะไรที่มนุษย์เยอะ  และ รถติดที่สวดดดดในโลก   เวลาติดข้อเขียนแล้วควรไปสอบสัมภาษณ์ ไม่เช่นนั้นอาจจะเว้นคิวไปยาว........จนไม่ได้มีสิทธิ์สัมภาษณ์ไปอีกนาน ....จะมาเล่าต่อในตอนต่อไปนะจ้ะ  

 

*TBC     สถาปัตย์  ศิลปากร......

 

 จะค่อยๆ  ทยอยอัพแต่ละมหาลัยนะ  เพราะมันยาวเหลือเกิน  จขบ.  เพ้อเจ้อ...

 

 


edit @ 4 May 2012 00:30:30 by ปลา เปื่อย

อ่ะแฮ่ม  ทิ้งบล็อกไปสามชาติ  ไปตามความฝันมาค่ะ

.
.
.

เส้นทางสู่สถาปัตย์

 

*จุดเริ่มต้น

 

สวัสดีค่ะ  เจ้าของบล็อกเป็นแค่เด็กที่เพิ่งจบม. 6  กำลังจะเป็นนักศึกษาของ  คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์  สาขาสถาปัตยกรรมศาสตร์หลัก   ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 

 

จะเล่าตั้งแต่เป็นเด็กและอะไรเป็นจุดเริ่มต้นล่ะกันนะค่ะ 

ขอออกตัวไว้ก่อนว่าเราไม่ใช่คนเก่ง  บ้านอยู่ตจว.  

 

ตอนเด็กๆ  ชอบ วาดการ์ตูนมาก

 

ความฝันแรกที่รักมันมากก็คือการเป็นนักเขียนการ์ตูน  ชอบแบบว่าวาดได้ทั้งวี่ทั้งวัน  เรียนไปวาดไป   วาดเหมือนคนบ้า   แต่มีความสุขชะมัดเลยโอ้ยย   อาจเป็นเพราะตอนนั้นเรียนอยู่ม.ต้น  มันไม่หนักอะไร มีเวลาว่างเยอะ  เป็นช่วงชีวิตที่มีความสุขมาก

 

พอขึ้นม.ปลาย  เกรดดีพอที่จะได้อยู่ห้องวิทย์-คณิตอันดับต้นๆ ของโรงเรียน  ก็เลยคิดเอาว่าสายวิทย์มันลงได้ทุกคณะ  เรียนๆไปก่อนก็ได้ว่ะ   (ตอนนั้นไม่คิดอะไรมากจริงๆ  รู้สึกเสียใจยันทุกวันนี้ แต่มันก็สอนให้เราอดทนนะ)

 

ที่บ้านอยากให้เป็นพยาบาล

 

ต้องยอมรับว่าพ่อแม่ต้องการให้เรามีหน้าที่การงานที่มั่นคง   เพราะฉะนั้นอาชีพข้าราชการเป็นอะไรที่เบสิคมากสำหรับความคิดของผู้ใหญ่   เอาแล้วไงงานสายวิทย์สุขภาพไม่เคยมาอยู่ในหัวฉันเลย.......เกิดการทะเลาะกัน    ทะเลาะจนร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลัง    แต่อาจจะเป็นเพราะเราดื้อมาก(น่าตีเนอะ)  เราพยายามพิสูจน์ตัวเองให้แม่เห็นว่าเราชอบทางด้านศิลป์มากกว่า วิทย์สุขภาพ  พอได้ไปประกวดนั่นนี่ได้รางวัลมา  แม่ก็อ่อนลงเยอะมาก  จนขึ้นม.5 ก็ยอมให้เราตัดสินใจเอาเอง

 

สถาปัตยกรรมศาสตร์คืออะไร

 

ตอนนั้นงงแล้วไม่ค่อยเข้าใจ “คนสร้างบ้าน”  ในความคิด ฮ่าๆ   จนตอนจะจบชั้นม.3 โรงเรียนมีกิจกรรมแนะแนว  เราก็ได้รู้จักกำคำ  สถาปัตย์มากขึ้นว่า  เรียน 5 ปี ต้องสอบขอรับใบ  กส.  ถึงจะมีสิทธิเขียนแบบ  (ตอนนั้นจำได้ลางๆว่าเค้าอธิบายแค่นี้)

การเรียนสายวิทย์นี่แหละ  ทำให้เราคิดบ้าๆเอาว่า   อ่อ  ชอบวาดรูป+เรียนวิทย์-คณิต  =  สถาปัตย์   (ตรรกะห่วยมาก)  ตอนนั้นคิดแค่ว่า  กูอุตส่าห์เรียนสายวิทย์  น่าจะทำอะที่เกี่ยวกับวิทย์บ้างนะ

ช่วง ม.4  เริ่มรู้ตัวว่าชอบอบากเรียน  แต่ไม่หาข้อมูล  (อย่าทำตามเด็ดขาด  ยิ่งเรารู้ตัวเร็ว  เราต้องยิ่งเตรียมพร้อมให้เร็ว)

พยายามหาเลขมาทำ  ฟิสิกส์มาทำ   แต่  หลับตายคาหนังสือทุกที  ฮ่าๆๆ

 

ก็ตอนม.4 อีกนี่แหละที่เริ่มหาว่า  ถ้าจะเรียน  สถาปัตย์  นี่ต้องมหาลัยอะไร

 

ตอนนั้นเท่าที่รู้มี  แค่  จุฬา ฯ  ศิลปากร  ขอนแก่น  ลาดกระบัง     เอาล่ะครับ  ได้เวลาเพ้อแล้ว

 

กูจะเข้าศิลปากร !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

(บางคนอาจจะเอาจุฬาไว้เป็นอันดับหนึ่งก็ไม่ว่ากัน  แต่เรารู้ว่าตัวเองไม่เหมาะกับสังคมจุฬา)

 

จากความเพ้อ  ความฝัน  โดยที่ไม่ได้หาข้อมูลเพิ่มเติม   ก็บอกทุกคนว่า กูจะเข้าศิลปากรให้ได้  แต่กูไม่เคยฝึกความถนัดทางสถาปัตย์  เอาแต่ CG ไปวันๆ

 

พอตอนนั้นช่วงม.5 มั้ง  เริ่มมีความคิด  ฮ่าๆ   หาข้อมูลใหม่ 

ก็ได้ความมาว่า  ศิลปากร คนเข้าสอบประมาณ 2000  คน ต่อปี  รับ  20 คน ครับพี่น้อง  โอ้ พระเจ้าจอร์จ

เราเลยลองมองหามหาลัยอื่นต่อมา

ม.ขอนแก่น  ?   เอิ่มใกล้เหลือเกิน   (บ้านเราอยู่ภาคตะวันออก)  เก็บไว้แอดแล้วกันนะ

ม.เกษตร ?  อ่อ  อันนี้น่าสนดี  ติ้กไว้

ลาดดกระบัง ?  เฮ้ย  อันนี้น่าสนดีว่ะ  รับตั้ง 85 คน  แต่สอบตรงหมดเลยแฮะ 

พอหาข้อมูลเพิ่มเติมก็พบว่า ลาดกระบังนั้นเน้นไปทางด้านการปฏิบัติมาก  จึงตกลงปลงใจว่า  ที่นี่แหละใช้กับเราที่สุด

เพราะก่อนหน้านั้น ลาดกระบังและศิลปากรจะจัดสอบพร้อมกัน  นะจ้ะ  แต่ปีนี้ของเรา  น้ำดันท่วมเราจึงได้สอบทั้งศิลปากรและลาดกระบัง  ซึ่งลาดกระบังนี่ก็เลยมาอีกปีแล้ว  ใกล้ๆกับแอดนี่แหละ

 

โอเคแฮะ    คราวนี้ก็ไปหาหนังสือความถนัดมากองไว้  มานอนมองหน้าเราในห้อง เพราะตอนนั้น  เปิดอ่านดูครั้งแรก

เชี่ยแม่ง ....!!!  กูอ่านไม่รู้เรื่อง  จึงพับเก็บมันไว้ก่อน  เหอะๆ

ไปฝึก Drawing แทน เพราะที่ลาดกระบังมีสอบ drawing  ก็บ้าไปพักใหญ่เหมือนจมอยู่ในโลกของ  drawing  ไม่ทำอะไรเลย  ฮ่าๆๆ  รู้ตัวอีกที  อ้าวกูจบ ม. 5 แล้วหรอว่ะ

 

เครียดแล้วไงกูมันสอบความถนัดด้วย  แต่กูทำเป็นแค่ drawing

 

เนื่องจากจังหวัดที่เราอยู่นั้นมีที่ติวศิลปะที่เน้นการสอบเข้ามหาลัยแค่ที่เดียว  เราไม่มีโอกาสไปเรียนพิเศษที่กรุงเทพเลย  เอาจริงๆคือ  ค่าใช้จ่ายมันเยอะมาก แถมเราก็เป็นพวกไม่ค่อยเข้ากทม.  เรียกว่าโครตงง

 

วันแรกของเปิดเทอมม.6 ก็เข้าไปที่ร้านที่ติวศิลปะ   บอกเขาว่าอยากเข้านั่น  เข้านี่  ตอนนั้นบอกไปเยอะมาก  ทั้งจิตรกรรม  มัณฑณศิลป์  นิเทศน์ศิลป์  สถาปัตย์  อารมณ์กูจะเอามันหมด  กูคือเทพไรงี้   พี่เขาบอกมาว่ามันคงเป็นไปไม่ได้น้องต้องเอาสักอย่างจะได้เน้นไปทางนั้น  เพราะแต่ละอย่างมันฝึก  และสไตล์งานไม่เหมือนกัน  เอ้าเงิบเลยกู   พอได้ไปดูงานของคนอื่น  พวกรุ่นพี่  ก็เข้าใจทันที  ว่ามันฝึกไม่เหมือนกันจริงๆ  ถ้าเราเรียนหมดในเวลาแค่   1 ปี คงไม่ใช่มนุษย์

 

พี่เขาจะถามเกรดเฉลี่ย  ซึ่งก็ต้อง 3.5 ขึ้นในจังหวัดของเรานะ  ถึงจะแนะนำให้เรียน   เพราะมีการคำนวณมาเกี่ยวข้อง  และงานค่อนข้างหนัก  ปัญหาของพวกสายศิลป์-ภาษาที่ติดข้อเขียนแต่ไม่ผ่านสัมภาษณ์ก็คือการเรียนที่ต้องมีเลขกับฟิสิกส์นี่แหละ

 

การติวสถาปัตย์(สถ.)  ขอเขียนแต่อันนี้เพราะเราเน้นไปทางนี้ ซะมาก

 

ภาคปฏิบัติ

 

เส้นสถาปัตย์ ?   มันคืออะไร?  

งานออกแบบมีหลายรูปแบบแล้วในแต่ละแบบจะมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง  แล้วเจาะไปเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคลอีกที

ลากเส้นตรงไม่ใช้ไม้บรรทัด     ตอนลากนี้ต้องมีสมาธิแล้วฝึกฝนบ่อยๆ  เดี๋ยวมันก็ตรง เพราะการใช้ไม่บรรทัดอาจทำให้งานดูแข็ง

 อารมณ์ประมาณนี้นะ

 

 

Perspective นั้นสำคัญนัก   ได้รู้หลักการวาดที่ถูกต้อง ระยะใกล้  ไกล มุมกล้อง

 

Sketch  Design  ได้ทำจริงจังตอนนี้เลย  คิดงานจนจะบ้า  แต่มันฝึกความคิดสร้างสรรค์  และคิดอย่างเป็นระบบ

 

Drawing  ของสถาปัตย์จะเน้นไปที่สิ่งของชิ้นเล็กๆ  หรือที่เราเอาติดตัวไปสอบได้  กระเป๋าตังค์  กระดาษยับ  แบงค์

 

ทีนี้มาที่ภาคทฤษฎี  พี่ที่ร้านไม่ได้สอนทฤษฎีเลยเพราะพี่เค้าไม่ได้จบมาทางด้านนี้โดยตรง  เราจึงตรงขวนขวายเอา

 

โดยการ  หาหนังสือที่เค้าฮิตอ่าน  ไปจนกระทั่งหนังสือรุ่นพ่อ ลามไปชีทเพื่อนที่กทม.ที่มันติวเช่นเดียวกัน  ขอถ่ายเอกสารโลด

 

เนื้อหาของภาคทฤษฎี

 

ประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมศาสตร์   หาอ่านนะสนุกมาก  ตั้งแต่เมโสโปเตเมีย  จนถึงปัจจุบันเลย  มีหลายยุค

ประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมศาสตร์ไทย  เรือนไทย 4 ภาค    เจดีย์แต่ละยุค   พระพุทธรูป  ฯลฯ

องค์ประกอบศิลป์   space line dot ฯ

ลัทธิของศิลปะในแต่ละยุค   Abstract  , Gothic

โครงสร้างของสถาปัตยกรรม     ส่วนต่างๆของอาคาร

ภูมิสถาปัตยกรรม  พวกสวนนอกบ้าน  ต้องรู้จักต้นไม้บ้าง ที่สำคัญๆ

ที่จริงมีเนื้อหามากกว่านี้แต่ต้องไปหารายละเอียดเอาเองนะจ้ะ

ทางภาควิชาการ  น่าเศร้าที่เราเรียนพิเศษแต่เลข  เพราะเราเบื่อกับการเรียนพิเศษมาก(เกรียนเนอะ) วิชาที่ไม่ถนัด  อาศัยให้เพื่อนติวให้  ฮ่าๆ

วิชาที่ใช้สอบของคณะสถาปัตย์(ทุกที่อาจไม่สอบทั้งหมดแต่นี่คือวิชาที่จะเจอในทุกมหาลัย)

คณิตศาสตร์    (จากที่เคยไปสอบค้นพบว่า  ออกแม่งมหดทุกเรื่องที่อยากจะออก)

ฟิสิกส์   (กลศาสตร์   ไฟฟ้า)

ภาษาอังกฤษ (conversation  reading  error  vocabulary)

ภาษาไทย (ถ้าจะออก ไม่วิเคราะห์  ก็กลอน  ไม่กลอน ก็คำที่เขียนผิด)

สังคม (ประวัติศาสตร์ซะส่วนใหญ่)

อาจเจอข้อสอบที่เกี่ยวกับคณะและมหาลัยที่ไปสอบ  เช่นใครเป็นคนตั้งคณะ  สัญลักษณ์ประจำคณะ  ต้นไม้ประจำมหาลัย ฯลฯ

 

 

ปล.เราอาจจะไม่ได้เขียนดีอะไรมากนักแต่อยากแชร์ประสบการณ์ให้น้องๆม.ปลายได้รับรู้เพิ่มขึ้นผ่านคนคนนึง

......*TBC   ตอนต่อไป...ได้เวลาปล่อยของ

 

ตอนต่อไปจะเป็นการไปสอบในที่ต่างๆของเรานะจ้ะ

 

 

 

 

 

 

edit @ 4 May 2012 00:24:07 by ปลา เปื่อย

[CG]Muzix...ประกิดวิบัติ !!

posted on 30 May 2010 13:13 by anaellane  in CG

หวัดดีคร้าบ  พ่อแม่พี่น้อง

 

ในที่สุดก็อัพบล็อกด้วย  CG  ซะที   :shock:

 

โฮๆๆ

 

ดีใจว่ะค่ะ

 

 

เอ้าๆๆ

 

แปะๆๆ

 

 

จิ้มที่รูปแล้วจะกิ๊วก๊าวนะจ้ะ  555+ :roll: :roll: :roll:

 

คำเตือนรูปใหญ่มากกก  :evil:

 

เดี๋ยวนี้เค้าชอบทำทัมเนลเนอะ  อิอิ

 

ข้อมูลนะจ้ะ

 โปรแกรม OC

เวลา 2 ชั่วโมงกว่าๆ (เผานั่นเอง)

 

 

.

.

..

.

.

.

 

.

 

 

บับบายจ้า   :!:

 

= 3 = /

หวัดดีคร้าบพ่อแม่พี่น้องลืมปลากันยังเอ่ย ยยย   

 

 

เค้าไปกลบดาลที่อื่นมา  หุหุ  (ซะงั้น)  :shock:

 

วันนี้ที่จริงกะจะทำธีมใหม่เอง  แต่ออกแบบล้ำลึกเกินไป   จนไม่สามารถทำได้  กระซิกๆ  :evil:

 

เลยไปขโมยธีมชาวบ้านมาฮ้าบบบ  เครดิต  :  http://jaelsoul.exteen.com  ขอบคุณมากนะฮ้าบบ

 

 

เอาล่ะ เปิดเทอมมาแล้วตั้งอาทิตย์นึงแน่ะ  แต่พวกเพื่อนๆที่เรียนกทม.ยังเปิดไม่ได้เลยอ่ะเนอะ

 

เพื่อนเรามันก็จะลงแดงตายอยู่ล่ะ  :arrow:

 

 

เหตุการณ์บ้านเมืองที่ผ่านมาก็น่าใจหายจริงๆ

 

เห้อๆๆๆๆ   :evil: :evil: :evil:

 

 

เอาเป็นว่าเอารูปลงฉลองกลับคืนบล็อกดีกว่าเนอะ  !!

 

 

 

ใช่แล้วล่ะทุกคนเค้าคือหนุ่มบนหัวบล็อกนั่นแล.....:idea::idea::idea:

 

 

โอยยย   สเปค อยากได้อย่างงี้สักคน   :roll: :roll: :roll:

 

 

 

ว่าแล้วก็รีบกลับไปปั่นงานที่เหลือค้างไว้

 

โฮๆๆๆๆ

 

อยากกลับไปวันศุกร์อีกครั้ง   :sad::sad::sad::sad::sad::sad:

 

 ไอ้ดิท ::  หนูลืม มม ม    :oops::oops:

 

foot-1.jpg picture by anaellane

 

อุ้ยย พิมพ์คืนผิดซะงั้นนน

 

ปล.ใครรู้จักปลาดีคงไม่ต้องให้อธิบายอะไรๆๆ   :evil::evil:

 

 

บ้ายบายจ้า     :!:

edit @ 23 May 2010 19:55:57 by [A]nae[L]

edit @ 23 May 2010 19:57:58 by [A]nae[L]

อัพจนได้

posted on 27 Apr 2010 08:38 by anaellane

เปื่อยมานานในที่สุดก็อัพบล็อก

 

ดีจ้าทุกคน(ลืมกันยังว้า)

 

ตอนนี้ดองทุกเว็บที่เล่นทั่วอณาจักร  = " =

 

มันหมดอารมณ์ยังไงไม่รู้

 

รูปก็วาดนะแต่ขี้เกียจอัพ  (เอ๊ะยังไง?)

 

เหนื่อยไปแล้วก็พัก  แต่สงสัยจะพักยาวไปหน่อยแหะ

 

จะเปิดเทอมล่ะยังไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน  ฮ่าๆๆๆ

 

อ่า 

 

พรุ่งนี้จะไปเดทกับยูยู่ที่เขื่อนด้วยล่ะ  หุหุ  (หัวเราะทำไม ?)

ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองโตขึ้น(แก่ขึ้น)    ความคิดเริ่มเปลี่ยนไปหมด  จริงๆนะ

 

อะไรที่แต่ก่อนเคยทำแล้วแบบขาดไม่ได้  แต่ตอนนี้ยังไงก็ได้ว่ะ

 

ต้องรับผิดชอบอะไรหลายๆอย่างมากขึ้น

 

มันทำให้รู้สึกว่าเราไม่เด็กอีกต่อไปแล้ว  

 

อันดับแรกในตอนนี้คือต้องสอบเข้าในคณะที่ตั้งเป้าไว้ให้ได้  =  =  ?

 

ก็นะยังหายใจอยู่ยังไม่ตาย  ก็ต้องหาเป้าหมายในการมีชีวิตอยู่ดิ(จริงป่ะ?)

 

คิดถึงเพื่อนหลายๆคนที่ไม่ได้เจอกันตอนปิดเทอม

 

คิดถึงใครคนหนึ่งถึงแม้เค้าจะไม่คิดถึงเราก็ตาม

 

เป็นซะอย่างนี้ล่ะเนอะมนุษย์

 

ปล.ความลับถ้าเอามาบอกคนอื่นจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป (เพื่อ ?)

 

อ่า  เอ็นทรี่นี้ตามใจตัวเองมากมาย  เขียนอะไรเพ้อเจ้อก็ขออภัยด้วย

 

 

แปะส่งท้ายด้วยอะไรวายๆ

 

Photobucket

 

 

 

อีดิทอีกรอบ :  เพิ่งเคยใส่สเตย์ทำไมมันรัดนักว่ะค่ะ  หายใจแทบไม่ออก

edit @ 27 Apr 2010 08:58:10 by [A]nae[L]

 

 กุ๊กกู๋~

สวัสดีค่า

 

อัพซะทีหลังจากดองมานานนม ~

 

เปลี่ยนธีมแล้วค่า  กด C+F5 ด่วน ~

TAG*คาแร็คเตอร์ที่เลือก
- Grell  จาก Kuroshistuji 
 

 

- ชอบตัวละครตัวนี้หรือเปล่า ?
- = w =  ชอบนะ  เจ้แกแรงดี 55+

- เรียกคาแร็คเตอร์ตัวนี้ว่ายังไงบ้าง ?
- กระเทยแดง !

- สีอิมเมจของคาแร็คเตอร์ตัวนี้คือสีอะไร ?
- แดง !

- เพลงอิมเมจของคาแร็คเตอร์ตัวนี้คือ ?
- ไอ วิล เซอร์วาย

- คิดว่าคาแร็คเตอร์ตัวนี้กรุ๊ปเลือดอะไร ?
- AB  ไม่ก็คง B แน่ๆ = [ ] =

- ในเรื่อง มีคาแร็กเตอร์ตัวไหนที่คิดว่า ''ถ้าคู่กับคนนี้ละก็ OK!!'' หรือเปล่า ?
- โซเซไง เพราะมันบ้าๆบอๆ เหมือนกัน ฮา ~

- มีคำพูดอะไรอยากให้คาแร็คเตอร์ ตัวนี้พูดคะ?
- ผมหล่อไหมครับ ?  (( แน่นอนเกรลคงพูดว่า  ฉันสวยไหมค่ะมากกว่า ~

- จับมือ , กอด , จูบ ถ้าให้ทำได้หนึ่งในสามอย่างนี้จะเลือกทำอะไร
- กอดล่ะกันนะ 

- ส่งแท็คนี้ให้กับ 5 คน พร้อมเลือกตัวละครด้วย
 -เค้าทำกันหมดเมืองแล้วม้าง~~


ใครอยากทำก็เอาไปนะก๊ะ ~  >  <

 

ต่อมาก็ออริของสกายลายด์ 

 

คาโนปัส หรือ  คาร์นัสจี้ ~

เชิญชมค่า 

Photobucket

 

 

 

คาร์นัสจี้มีชีวิตที่น่าสงสารนะ

 

แต่อุบไว้ก่อน  เหอๆๆๆ

 

 ......

 

บายก๊า ~

edit @ 24 Mar 2010 18:29:19 by [A]nae[L]

edit @ 24 Mar 2010 18:34:56 by [A]nae[L]

Categories

Favourites